
Lexus LS ตัวถัง XF40 ที่ขายในไทยช่วงปี 2007-2017 แบ่งยางเป็นสองเบอร์ตามเครื่อง LS 460 และ LS 460L เครื่อง V8 4.6 ลิตรใช้ 235/50R18 บนล้อ 7.5J ส่วน LS 600hL ไฮบริด V8 5.0 ลิตรใช้ 245/45R19 บนล้อ 8J
LS รุ่นที่ 4 (XF40) LS 460 / LS 460L / LS 600hL (2550-2560 / 2007-2017) ก่อน LS XF50 — ขนาดยางอ้างอิงหน้าสเปก lexus.co.th ปี 2012 และ 2016

แยกกันตามชื่อรุ่นชัดเจน หน้าสเปกของเล็กซัส ประเทศไทย ฉบับธันวาคม 2012 ที่มีสามคอลัมน์ คือ LS460, LS460L 5 ที่นั่ง และ LS460L 4 ที่นั่ง ใส่ 235/50R18 ล้อ 7.5J ครบทุกช่อง หน้า LS 460 ปี 2016 ก็ยังเป็นเบอร์เดิม ส่วนหน้า LS 600hL ปี 2016 ให้ 245/45 R19 กับล้อ 8J ซึ่งกว้างกว่าและล้อใหญ่กว่าหนึ่งนิ้ว
เอกสารทั้งสามฉบับเป็นหน้าเว็บ lexus.co.th ที่ Wayback เก็บไว้ ตัวอย่างเช่น หน้าสเปก LS 600hL ปี 2016 ถ้ารถเป็นรุ่นท้ายไลน์หรือเคยเปลี่ยนล้อมาแล้ว ให้เชื่อตัวเลขบนแก้มยางที่ใส่อยู่จริงก่อนสั่งซื้อ
ถ่ายรูปแก้มยางเดิมส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านขนาดและเช็คสต็อกให้ทันที
LS 460 และ LS 460L ล้อ 7.5J (หน้าสเปก lexus.co.th ปี 2012 และ 2016)
LS 600hL ไฮบริด V8 ล้อ 8J (หน้าสเปก lexus.co.th ปี 2016)
ไซซ์นี้มีให้เลือก 24 รายการจาก 11 ยี่ห้อ ราคาในระบบตอนนี้เริ่มที่ ฿2,750 กับ Minerva Radial F205 101Y ไปจนถึง ฿8,850 กับ Pirelli Scorpion Verde รันแฟลต ครึ่งหนึ่งของรายการอยู่ในช่วง ฿5,050-฿6,800 ดัชนีรับน้ำหนักในชื่อยางมีสองระดับคือ 97 กับ 101 ซึ่งควรเทียบกับเส้นเดิมบนรถก่อนเลือก
รันแฟลตทั้งสามคือ Michelin Pilot Sport 4 SUV EMT ฿7,500, Bridgestone Dueler D400 H/L MOE ฿7,700 และ Pirelli Scorpion Verde MOE ฿8,850 ทุกเส้นเป็นดัชนี 97 เอกสารของเล็กซัสไม่ได้ระบุว่า LS 460 ออกจากโรงงานด้วยรันแฟลต ภาพรวมของไซซ์ดูที่ ยาง 235/50R18
มี 22 รายการจาก 8 ยี่ห้อ ต่ำสุด ฿3,200 คือ Minerva Radial F205 102Y สูงสุด ฿11,600 คือ Michelin Primacy 3 ZP รันแฟลต ยี่ห้อที่มีหลายรุ่นที่สุดคือ Michelin ห้ารายการ ตามด้วย Pirelli สี่รายการ เส้นธรรมดาเกือบทั้งหมดมีดัชนีรับน้ำหนัก 102 แต่รันแฟลตสองในสามเส้นลดลงเหลือ 98 ซึ่งเป็นจุดที่คนใช้ LS 600hL ต้องเช็คกับแก้มยางเดิมให้ดี
ฝั่งรันแฟลตคือ Goodyear EfficientGrip ROF 102Y ฿9,950, Pirelli PZ4 Luxury 98Y ฿11,000 และ Michelin Primacy 3 ZP 98Y ฿11,600 รายการทั้งหมดของเบอร์นี้อยู่ที่หน้า ยาง 245/45R19
| ขนาดยาง | ตำแหน่ง | มีในสต็อก | ราคาเริ่มต้น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 235/50R18 | ทุกล้อ | 24 รุ่น | ฿2,750 ขึ้นไป | LS 460 และ LS 460L ล้อ 7.5J (หน้าสเปก lexus.co.th ปี 2012 และ 2016) |
| 245/45R19 | ทุกล้อ | 22 รุ่น | ฿3,200 ขึ้นไป | LS 600hL ไฮบริด V8 ล้อ 8J (หน้าสเปก lexus.co.th ปี 2016) |
ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อเสมอ — ขนาดยางต่างกันตามรุ่นย่อยและปีที่ผลิต วิธีที่ชัวร์ที่สุดคืออ่านตัวเลขที่แก้มยางเส้นเดิม หรือดูสติกเกอร์ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ ถ้าไม่แน่ใจถ่ายรูปแก้มยางส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านให้ได้
เอกสารของเล็กซัสไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ แต่ตัวเลขในหน้าสเปกเดียวกันต่างกันมาก LS 600hL ใช้เครื่อง V8 5.0 ลิตร 4,969 ซีซี 394 แรงม้า รวมมอเตอร์ 165 กิโลวัตต์ แรงบิดมอเตอร์ 300 นิวตันเมตร ได้กำลังรวม 445 แรงม้า ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาผ่านเฟืองท้ายกลาง Torsen และน้ำหนักรวมสูงสุด 2,825 กก. หนักกว่า LS 460 ราว 340-370 กก.
ฝั่ง LS 460 ใช้ V8 4.6 ลิตร 4,608 ซีซี 380 แรงม้าที่ 6,400 รอบ แรงบิด 493 นิวตันเมตร ต่อกับเกียร์ 8 สปีด Super ECT น้ำหนักรวมสูงสุด 2,485 กก. สำหรับตัวสั้น และ 2,455 กก. สำหรับตัวยาว เมื่อน้ำหนักและระบบขับต่างกันขนาดนี้ การใช้ยาง 245 มม. บนล้อ 19 นิ้วกับตัวไฮบริดจึงไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ควรเอายางของสองรุ่นมาสลับกัน
ไม่ต่าง หน้า LS 460 ปี 2016 มีสองคอลัมน์ คอลัมน์แรกใช้สปริงขด คอลัมน์ที่สองใช้ถุงลมพร้อม AVS แต่ทั้งสองช่องพิมพ์ 235/50 R18 ล้อ 7.5J เหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ตัวถัง ตัวสั้นยาว 5,060 มม. ฐานล้อ 2,970 มม. วงเลี้ยว 5.4 ม. ส่วนตัวยาวยาว 5,180 มม. ฐานล้อ 3,090 มม. วงเลี้ยว 5.6 ม. ถังน้ำมัน 84 ลิตรเท่ากัน
ความเร็วสูงสุดของ LS 460 ตามหน้าปี 2012 คือ 250 กม./ชม. ทำ 0-100 ได้ 5.7 วินาทีในตัวสั้นและ 6.3 วินาทีในตัวยาว ตัวอักษรความเร็วในรายการ 235/50R18 มีทั้ง H, V, W และ Y ควรเลือกให้เท่าหรือสูงกว่าเส้นเดิม
ร้านมีคะแนนที่ตรวจแล้วห้ารุ่น สองรุ่นได้ 4.5 จาก 5 คือ Goodyear F1 Asymmetric 6 SUV ฿5,850 และ Michelin Pilot Sport 4 SUV รันแฟลต ฿7,500 แต่ทั้งคู่มีเงื่อนไข รุ่นกู๊ดเยียร์ยังไม่เคยถูกทดสอบในรหัส SUV ตลาดเอเชียนี้โดยตรง คะแนนยกมาจากรุ่นแม่ในการทดสอบ AutoBild SUV 2024 และ 2025 ส่วนมิชลินมาจาก AutoBild 2024
เบอร์นี้มีข้อมูลทดสอบแน่นกว่าฝั่ง 18 นิ้ว Goodyear Eagle F1 Asymmetric 6 ราคา ฿8,400 ได้ 5.0 เต็ม ผ่านการทดสอบอิสระ 32 ครั้ง ชนะ 8 ครั้ง ใน AutoBild 2025 ได้อันดับ 1 จาก 21 พร้อมอายุยาง 54,020 กม. และ AutoBild 2026 วัดได้ 63,830 กม. ข้อควรรู้คือผลเหล่านี้ทำในไซซ์ 225/40R18 ไม่ใช่ 245/45R19 และรุ่นนี้ยังต้านลื่นไถลบนน้ำแนวตรงได้ไม่ดี
สำหรับซีดานยาว 5,180 มม. อย่าง LS 600hL ถ้าเจ้าของให้ความสำคัญกับความเงียบ ตัวเลขเสียงของ SportContact 7 กับ PS71 คือสิ่งที่ควรชั่งน้ำหนักก่อนซื้อ
ต่างกันทั้งหมด LS รุ่นที่ห้าตัวถัง XF50 เหลือแค่ LS 500h และใช้ยาง 245/45R20 บนล้อ 20 นิ้วแบบ Resonator ทั้งเกรด Executive และ Executive Pleat หน้าสเปกปี 2019 ของตัวใหม่ยังระบุว่าเป็นยางรันแฟลตด้วย ไม่มีเบอร์ใดซ้ำกับ 235/50R18 หรือ 245/45R19 ของ XF40 ยางจึงใช้ข้ามรุ่นกันไม่ได้
ถ้ามีรถ LS ตัวใหม่อยู่ด้วย ดูรายละเอียดได้ที่หน้า ยาง Lexus LS XF50 วิธีแยกเร็วที่สุดคือชื่อบนท้ายรถ LS 460 และ LS 600hL คือตัวถังเก่า
เบอร์ 235/50R18 ของ LS 460 ข้อมูลร้านมีแค่ MG HS รุ่น 1.5T และ PHEV ที่ใส่ครบสี่ล้อ กับ Leapmotor B10 ที่ใช้เฉพาะล้อหลังแบบ staggered ส่วน 245/45R19 ของ LS 600hL มีรถใช้มากกว่า เช่น Audi A6 C8 ล้อ 19 นิ้ว, BMW 5 Series G30 และ G60, BMW X1, Hyundai Ioniq 6, Deepal L07, Volvo EX30 และ Mazda 6e
Genesis G80 สเปกสหรัฐฯ และ Maserati Ghibli ใช้ 245/45R19 เฉพาะล้อหน้า ในรายการเบอร์ 19 นิ้วยังมียางที่มีรหัส AO และ MO ต่อท้ายชื่อ ขนาดตรงกับ LS 600hL แต่ร้านไม่มีเอกสารที่ผูกรหัสเหล่านี้กับเล็กซัส ถ้าเส้นเดิมไม่มีรหัสใด ให้เลือกตามขนาดและดัชนีบนแก้มยางเป็นหลัก
อัปเดตราคาและสต็อกล่าสุด 3 ตุลาคม 2569 · ราคาที่แสดงเป็นราคาต่อเส้น ยังไม่รวมค่าติดตั้ง ถ่วงล้อ และจุ๊บลม กรุณายืนยันราคาสุทธิและสต็อกกับทีมงานทาง LINE ก่อนสั่งซื้อ · คะแนนแต่ละรุ่นอ้างอิงผลทดสอบอิสระจากต่างประเทศและป้าย EU Tyre Label รุ่นที่ยังไม่มีผลทดสอบยืนยันได้ เราจะไม่แสดงคะแนน