
Suzuki e VITARA ที่ซูซูกิประเทศไทยขายในปี 2569 มากับล้ออัลลอย 18 นิ้วและยาง 225/55R18 ทั้งสี่ล้อ ในคู่มือประจำรถยังมีเบอร์ 225/50R19 สำหรับล้อ 19 นิ้วของตลาดอื่น ร้านมีเบอร์ 18 นิ้วอยู่ 12 รายการจาก 9 ยี่ห้อ ราคา ฿2,500 ถึง ฿6,700 และมีหนึ่งรุ่นที่มีผลวัดจริงจาก ADAC ปี 2026
e VITARA (รุ่นที่จำหน่ายในไทยปี 2569, รุ่นล้ออัลลอย 18 นิ้ว)

คันที่ขายในไทยใช้ 225/55R18 เพราะหน้าอุปกรณ์ของซูซูกิประเทศไทยระบุล้ออัลลอย 18 นิ้ว และคู่มือประจำรถที่ซูซูกิเผยแพร่บนเว็บไซต์ระดับโลกจับคู่ล้อขนาดนี้กับ 225/55R18 ทั้งหน้าและหลัง ส่วน 225/50R19 เป็นเบอร์ของรุ่นล้อ 19 นิ้วที่มีในตลาดต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ในรายการอุปกรณ์ของไทย
ถ้าคันของคุณเป็นรถนำเข้าเองหรือเปลี่ยนล้อมาแล้ว ให้อ่านเลขบนแก้มยางจริงก่อนสั่ง ตอนนี้ร้านยังไม่มียาง 225/50R19 ในระบบเลยสักรายการ จึงยังไม่มีราคาหรือรุ่นให้เทียบสำหรับเบอร์นั้น
ถ่ายรูปแก้มยางเดิมส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านขนาดและเช็คสต็อกให้ทันที
รุ่นล้ออัลลอย 18 นิ้ว ซึ่งเป็นสเปกที่ซูซูกิประเทศไทยระบุ ใช้เหมือนกันหน้า-หลัง
มีรุ่นเดียวคือ Pirelli CINTURATO C3 102Y ผลิตโรมาเนีย ราคา ฿6,700 ซึ่งเป็นเส้นแพงสุดของเบอร์ ADAC ปี 2026 วัดเบรกแห้งได้ 34.5 เมตร จากช่วงของกลุ่ม 33.9-36.7 เมตร เบรกเปียกบนยางมะตอย 31.8 เมตร จากช่วง 30.1-37.9 เมตร และคาดอายุดอก 48,600 กม. จากช่วง 26,100-57,800 กม.
รุ่นอื่นในเบอร์นี้ที่เรามีข้อมูลประกอบ ล้วนเป็นป้ายยาง ข้อมูลผู้ผลิต หรือรีวิวผู้ใช้ ไม่ใช่การวัดเทียบคู่แข่ง นี่คือเหตุผลที่หน้านี้ใช้พื้นที่กับ CINTURATO C3 มากกว่ารุ่นอื่น ไม่ใช่เพราะเราอยากขายเส้นแพง
ดังกว่าป้ายพอสมควร ป้าย EU ของรุ่นนี้ระบุเสียงคลาส B ที่ 70 dB แต่ ADAC วัดเสียงขณะรถวิ่งผ่านได้ 74.3 dB ดังที่สุดในกลุ่มที่ทดสอบ เราจึงให้ด้านนุ่มเงียบเพียง 2.0 ตามค่าที่วัดได้ รถไฟฟ้าอย่าง e VITARA ไม่มีเสียงเครื่องยนต์มากลบ ตัวเลขนี้จึงควรอยู่ในการตัดสินใจ
Auto Express ปี 2026 ให้อันดับรวม 5 จาก 9 เบรกเปียกกับการควบคุมรถบนถนนเปียกได้อันดับ 2 แต่การเข้าโค้งบนถนนเปียกได้อันดับสุดท้าย 8 จาก 9 ด้านยึดเกาะจึงได้ 4.0 ไม่ใช่เต็ม อ่านสรุปได้ที่ Auto Express
| ขนาดยาง | ตำแหน่ง | มีในสต็อก | ราคาเริ่มต้น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 225/55R18 | ทุกล้อ | 12 รุ่น | ฿2,500 ขึ้นไป | รุ่นล้ออัลลอย 18 นิ้ว ซึ่งเป็นสเปกที่ซูซูกิประเทศไทยระบุ ใช้เหมือนกันหน้า-หลัง |
| 225/50R19 | ทุกล้อ | ยังไม่มีในสต็อก | ทักไลน์เช็คได้ | รุ่นล้อ 19 นิ้วตามคู่มือประจำรถ (ตลาดต่างประเทศ) |
ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อเสมอ — ขนาดยางต่างกันตามรุ่นย่อยและปีที่ผลิต วิธีที่ชัวร์ที่สุดคืออ่านตัวเลขที่แก้มยางเส้นเดิม หรือดูสติกเกอร์ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ ถ้าไม่แน่ใจถ่ายรูปแก้มยางส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านให้ได้
เส้นที่มีสัญญาณชัดที่สุดคือ Dunlop GRANDTREK AT5 98H ราคา ฿4,050 ป้ายยางให้แรงต้านการหมุนเกรด D และจากรีวิวผู้ใช้สามรายบน TheTyreLab มีสองรายที่บอกว่ารถกินน้ำมันขึ้น แม้คะแนนเฉลี่ยจะได้ 8.4 จาก 10 และชมการยึดเกาะบนพื้นผิวผสมกับเสียงที่เบา สำหรับรถที่วัดกันด้วยระยะทางต่อชาร์จ เกรด D เป็นข้อเสียโดยตรง
ความยุติธรรมต่อรุ่นอื่นคือ เราไม่มีเกรดแรงต้านการหมุนของทุกเส้นในเบอร์นี้ จึงบอกไม่ได้ว่ารุ่นไหนประหยัดพลังงานที่สุด บอกได้แค่ว่า AT5 มีหลักฐานว่าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเรื่องนี้ ด้านอายุดอกของ AT5 ก็ยังไม่มีสำนักใดวัดไว้
เชื่อได้ในระดับป้ายยาง ไม่ใช่ระดับผลทดสอบ เส้น 102V ในร้านมีป้าย EU เกาะถนนเปียกเกรด A แต่ยังไม่เคยวัดเทียบคู่แข่ง เราจึงให้ยึดเกาะ 3.5 เสียง 70-71 dB อยู่เกณฑ์กลาง และไม่มีตัวเลขอายุดอกจากแหล่งใด ข้อดีที่วัดได้คือดัชนี 102 สูงกว่าเส้นส่วนใหญ่ในเบอร์ที่เป็น 98
ข้อความว่าดีขึ้น 16% ที่ผู้ผลิตใช้ เป็นการเทียบกับรุ่นก่อนหน้าของ Continental เอง เราไม่เอามาคิดคะแนน ดูทุกเบอร์ของรุ่นนี้ได้ที่ Continental UltraContact UX7 ส่วนในเบอร์ 225/55R18 มีแค่สองเส้นที่เป็นดัชนี 102 คือ UX7 กับ CINTURATO C3
ต่างกันที่ประเภทหลักฐาน แต่ทั้งคู่ยังไม่มีผลทดสอบอิสระ Tyre Reviews ระบุเองว่าไม่มีสำนักใดทดสอบ ALENZA001 และจากข้อมูลผู้ใช้จัดไว้อันดับ 103 จาก 148 ในกลุ่มยางทัวริ่งพรีเมียมฤดูร้อน คะแนนความนุ่มสบายของผู้ใช้ 63% และมีคนจะซื้อซ้ำเพียง 47% เส้นผลิตไทย 98V ราคา ฿5,450
ADVAN V61H 98H ผลิตญี่ปุ่น ราคา ฿5,100 ใหม่เกินกว่าจะมีการทดสอบ ข้อมูลที่มีคือเสียงบนป้าย 68 dB ซึ่งถือว่าเบาในกลุ่ม SUV เราให้นุ่มเงียบ 3.5 แต่ยังไม่มีใครวัดความนุ่มจริง สำหรับรถไฟฟ้าที่เสียงยางเด่น V61H มีตัวเลขเสียงที่ดีกว่า ส่วน ALENZA001 มีคำติเรื่องเสียงซ้ำมากที่สุดในรีวิว ดูรายละเอียดรุ่นได้ที่ Bridgestone Alenza 001
มีสองเส้น คือ Goodride CROSS LEGEND SU320 98V ผลิตไทย ราคา ฿2,500 และ Minerva ECO SPEED2 SUV 98V ผลิตจีน ราคา ฿2,850 ทั้งคู่เป็นดัชนี 98 อักษร V เท่ากับหลายเส้นที่แพงกว่า แต่ไม่มีข้อมูลทดสอบหรือป้ายยางในบรีฟของเรา จึงบอกได้แค่ราคาและตัวเลขบนชื่อสินค้า
หลังสองเส้นนี้ ราคากระโดดไปที่ ฿4,050 ของ GRANDTREK AT5 ช่องว่างกว่า ฿1,200 ต่อเส้นทำให้ตลาดของเบอร์นี้แยกเป็นสองชั้นชัดเจน รายละเอียด Minerva อยู่ที่ Minerva Eco Speed 2 SUV
ต่ำสุด ฿10,000 และสูงสุด ฿26,800 ต่อสี่เส้น ชุดถูกสุดคือ Goodride เส้นละ ฿2,500 ชุดแพงสุดคือ Pirelli CINTURATO C3 ส่วน Continental UX7 ชุดละ ฿18,600 อยู่ราวกลางทาง ถ้าเทียบระหว่าง UX7 กับ C3 ต้องจ่ายเพิ่ม ฿8,200 ต่อชุดเพื่อได้รุ่นที่มีผลวัดจริง แต่ต้องรับเรื่องเสียงที่ ADAC วัดว่าดัง
ราคาทั้งหมดเป็นค่ายางต่อเส้นคูณสี่ ไม่รวมค่าติดตั้ง ไม่มียางรันแฟลตในเบอร์นี้ และค่าลมยางให้ดูสติกเกอร์ขอบประตูของรถ ไม่ต้องคิดจากขนาดยาง
ในข้อมูลของเรามีทั้งรถยุโรปและรถจีน Audi A6 ตัวถัง C8 รุ่น 40 TDI กับ 45 TFSI, BMW 5 Series G30 และ G60 ชุดล้อพื้นฐาน, BMW X1 ตัวถัง U11 และ F48, Subaru Forester SK, Peugeot 3008 ตัวถัง P5x, Geely EX5, Geely Starray EM-R รุ่น PRO และ MG MAXUS 7 ใช้ 225/55R18 ครบสี่ล้อเหมือนกัน
การที่เบอร์นี้กระจายอยู่หลายค่ายช่วยให้หายางได้ง่าย แต่ไม่มีเส้นไหนใน 12 รายการที่ชื่อสินค้าระบุว่าเป็นยางสำหรับรถไฟฟ้า รายการทั้งหมดพร้อมราคาอยู่ที่ ยาง 225/55R18
อัปเดตราคาและสต็อกล่าสุด 3 ตุลาคม 2569 · ราคาที่แสดงเป็นราคาต่อเส้น ยังไม่รวมค่าติดตั้ง ถ่วงล้อ และจุ๊บลม กรุณายืนยันราคาสุทธิและสต็อกกับทีมงานทาง LINE ก่อนสั่งซื้อ · คะแนนแต่ละรุ่นอ้างอิงผลทดสอบอิสระจากต่างประเทศและป้าย EU Tyre Label รุ่นที่ยังไม่มีผลทดสอบยืนยันได้ เราจะไม่แสดงคะแนน