
Chevrolet Optra J200 ทั้งซีดาน 1.6, 1.8 และ Optra Estate 1.6 ที่ขายในไทยปี 2546-2555 ใช้ยางเบอร์เดียวทั้งรุ่น คือ 195/55R15 บนล้อ 6Jx15 ใส่ขนาดเท่ากันทั้งสี่ล้อ
Optra J200 ซีดาน 1.6 / 1.8 และ Optra Estate 1.6 (2546-2555 / 2003-2012) — ขนาดยางอ้างอิงหน้าข้อมูลทางเทคนิค chevroletthailand.com ปี 2550

ทุกรุ่นย่อยใช้ 195/55R15 เหมือนกันหมด หน้าสเปก Optra ซีดานของ Chevrolet ประเทศไทยปี 2550 รวมช่องขนาดยางเป็นช่องเดียวคลุมทั้งเจ็ดรุ่นย่อย ตั้งแต่ 1.6 LS M/T จนถึง 1.8 LT และหน้าสเปก Optra Estate ก็พิมพ์ 195/55 R15 คลุมทั้งสามรุ่นย่อยเช่นกัน สิ่งที่ต่างกันมีแค่ชนิดของล้อ
ตารางนี้อ้างจากหน้าข้อมูลทางเทคนิค Optra ซีดาน ปี 2550 และหน้าเดียวกันของ Optra Estate ซึ่งหน้าภาษาอังกฤษของรุ่น Estate ก็เขียนว่า Tyre size 195 / 55 - R15 ตรงกัน
ถ่ายรูปแก้มยางเดิมส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านขนาดและเช็คสต็อกให้ทันที
ทุกรุ่นย่อย: ซีดาน 1.6 LS ล้อกระทะ 6Jx15 พร้อมฝาครอบ; ซีดาน 1.6 LT / LUX, 1.8 LS / LT และ Estate 1.6 LT / LUX ล้ออัลลอย 6Jx15 (หน้าสเปก 2550)
ในระบบตอนนี้มี 24 รายการจาก 13 ยี่ห้อ ราคาเริ่ม ฿1,750 ที่ Blackhawk Street-H HH11 85V และสูงสุด ฿4,150 ที่ Michelin Pilot Sport 3 ถือว่าเป็นเบอร์ที่มีตัวเลือกหนาแน่น เพราะช่วงราคา ฿2,000 ถึง ฿2,700 เพียงช่วงเดียวก็มีมากกว่าสิบรายการให้เทียบ
กลุ่มต่ำกว่า ฿2,000 มี Goodride RP88 ฿1,800, Kumho Ecsta PS31 ฿1,950 และ Nitto NT860 ฿1,950 ซึ่งในชื่อสินค้าระบุว่าเป็นยางปี 25 กลุ่ม ฿2,200 มีถึงสี่เส้น คือ Dayton DT30, Dunlop Enasave EC300+, Dunlop SP Touring R1 และ Hankook Ventus V12 evo2 K120 ขยับขึ้นมาเป็น Goodyear Eagle F1 Sport 85W ฿2,650, Toyo Proxes CR1 ฿2,750, Yokohama Advan Fleva V701 ฿3,000 และ Bridgestone Ecopia EP300 ฿3,850
ดูรายการเต็มพร้อมดัชนีของแต่ละเส้นได้ที่หน้า ยาง 195/55R15
ใช้เบอร์เดียวกัน คือ 195/55R15 บนล้อ 6J x 15 แม้ตัวถัง Estate จะยาวกว่า ซีดานยาว 4,500 มม. ส่วน Estate ยาว 4,580 มม. แต่ฐานล้อเท่ากันที่ 2,600 มม. และกว้าง 1,725 มม. เท่ากัน สิ่งที่ต่างคือความสูง Estate สูง 1,460 มม. หรือ 1,500 มม. เมื่อรวมราวหลังคา เทียบกับซีดาน 1,445 มม.
ข้อสังเกตคือ Estate ขายเฉพาะเครื่อง 1.6 และทุกรุ่นย่อยได้ล้ออัลลอย ไม่มีรุ่นล้อกระทะแบบซีดาน 1.6 LS ถ้าเจอ Estate ที่ใส่ล้อกระทะ แปลว่าเคยเปลี่ยนล้อมาแล้ว ให้อ่านเบอร์บนแก้มยางจริงก่อนสั่ง
ถ้าคิดจากราคาต่อเส้นในระบบตอนนี้ ชุดสี่เส้นที่ถูกที่สุดคือ Blackhawk ฿1,750 รวม ฿7,000 ส่วนชุดที่แพงที่สุดคือ Michelin Pilot Sport 3 ฿4,150 รวม ฿16,600 ห่างกันมากกว่าสองเท่า ตัวอย่างในช่วงกลาง เช่น Dunlop SP Touring R1 ฿2,200 จะอยู่ที่ราว ฿8,800 ต่อชุด
ตัวเลขนี้เป็นค่ายางอย่างเดียว ยังไม่รวมค่าบริการอื่น และราคาอาจขยับตามล็อตสินค้า ถ้าต้องการเปลี่ยนแค่คู่หน้าหรือคู่หลัง ให้เลือกรุ่นเดียวกับคู่ที่เหลือหากยังมีขาย เพื่อให้ดอกยางและเนื้อยางในเพลาเดียวกันเหมือนกัน
| ขนาดยาง | ตำแหน่ง | มีในสต็อก | ราคาเริ่มต้น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 195/55R15 | ทุกล้อ | 24 รุ่น | ฿1,750 ขึ้นไป | ทุกรุ่นย่อย: ซีดาน 1.6 LS ล้อกระทะ 6Jx15 พร้อมฝาครอบ; ซีดาน 1.6 LT / LUX, 1.8 LS / LT และ Estate 1.6 LT / LUX ล้ออัลลอย 6Jx15 (หน้าสเปก 2550) |
ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อเสมอ — ขนาดยางต่างกันตามรุ่นย่อยและปีที่ผลิต วิธีที่ชัวร์ที่สุดคืออ่านตัวเลขที่แก้มยางเส้นเดิม หรือดูสติกเกอร์ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ ถ้าไม่แน่ใจถ่ายรูปแก้มยางส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านให้ได้
ข้อมูลที่หนักแน่นที่สุดในเบอร์นี้คือเกรด UTQG ของ Dunlop Direzza DZ102+ ที่ลงทะเบียน DOT ไว้และแสดงบน Tire Rack คือ Traction A ซึ่งเป็นเกรดสูงสุดของระบบ และ Treadwear 460 ร้านขายเส้นนี้ในเบอร์ 195/55R15 ที่ ฿2,300 แต่ต้องย้ำว่า UTQG ไม่ใช่การวัดระยะทางจริงของสำนักทดสอบ
Hankook Ventus V12 evo2 มีผลจาก auto motor und sport ปี 2015 และ Car and Driver ปี 2017 ซึ่งสรุปเรื่องถนนเปียกไม่ตรงกัน และ Car and Driver ระบุว่ามีเสียงเข้าห้องโดยสารเวลาผ่านผิวถนนไม่เรียบ ส่วน Goodyear Eagle F1 Sport มีเพียงรีวิวผู้ใช้สองรายบน TyreReviews ยังไม่มีผลทดสอบนิตยสาร
Dunlop Enasave EC300+ มีแต่ป้าย EU ที่ต่างกันตามไซซ์ และ Dunlop Blue Response TG ฿2,500 มีคำเตือนจากเอกสาร Sumitomo เองว่าสเปกยุโรปกับตลาดอื่นไม่เหมือนกัน ป้ายยุโรปจึงเป็นแค่ข้อมูลประกอบ ดูรายละเอียดรุ่น Direzza ได้ที่หน้า Dunlop Direzza DZ102+
ตัวอักษรท้ายดัชนีน้ำหนัก เช่น 85H, 85V และ 85W คือระดับความเร็ว เรียงจากต่ำไปสูงตามลำดับ H, V แล้ว W ยาง 195/55R15 ในระบบส่วนใหญ่พิมพ์ดัชนีน้ำหนัก 85 เท่ากัน ต่างกันที่ตัวอักษร เอกสาร Chevrolet ไม่ได้ระบุดัชนีของ Optra ไว้ ให้ยึดตัวอักษรบนยางเดิมเป็นขั้นต่ำ
สำหรับอ้างอิงด้านการใช้งาน หน้าสเปก Optra Estate ระบุความเร็วสูงสุดของ 1.6 LT M/T ไว้ที่ 187 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 10.7 วินาที ทั้งสามตัวอักษรเป็นระดับที่รองรับความเร็วสูงกว่าตัวเลขนี้ ส่วน Michelin Pilot Sport 3 ในระบบพิมพ์ดัชนี 89V ซึ่งดัชนีน้ำหนักสูงกว่าเส้นอื่น
เพราะลีฟเล็ต Optra Sedan CNG ที่หาได้ไม่มีแถวขนาดยาง รุ่นนี้เป็นรุ่นติดตั้งก๊าซจากโรงงานที่ขายช่วงปี 2551-2553 ร้านจึงยืนยันได้เพียงว่ารุ่นเบนซินทุกตัวในหน้าสเปกปี 2550 ใช้ 195/55R15 แต่ไม่เขียนแทนรุ่น CNG ว่าต้องเหมือนกัน ถ้ารถคุณเป็น CNG ให้อ่านแก้มยางและขนาดล้อจริง
ปัญหาเดียวกันใช้กับ Optra ช่วงท้ายอายุตลาดจนถึงปี 2555 ด้วย เพราะเอกสารที่มีตารางยางเป็นของปี 2550 เท่านั้น ส่วนรถที่มาแทนคือ Cruze J300 ปี 2553-2561 ซึ่งเป็นคนละรุ่นและคนละเบอร์ยาง ดูได้ที่หน้า Chevrolet Cruze
เริ่มจากอ่านเบอร์และรหัส DOT บนแก้มยางทั้งสี่เส้น รวมยางอะไหล่ เพื่อดูว่าเป็นเบอร์ 195/55R15 ตามโรงงานหรือไม่ และยางผลิตเมื่อไร รถอายุมากมักผ่านมือเจ้าของหลายคน ล้ออาจถูกเปลี่ยนเป็นขอบใหญ่ขึ้น ซึ่งต้องใช้เบอร์ตามล้อที่ติดอยู่ ไม่ใช่ตามตารางของ Chevrolet
ถ้ายางเดิมมีรอยแตกลายงาที่แก้มหรือก้นร่องดอก ควรเปลี่ยนตามสภาพแม้ดอกจะยังลึก แรงดันลมให้ดูสติกเกอร์ขอบประตูฝั่งคนขับ ตัวรถซีดานหนัก 1,175 ถึง 1,220 กก. ใช้ดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ มีวงเลี้ยว 5.2 เมตร และถังน้ำมัน 60 ลิตร ตามหน้าสเปกปี 2550
อัปเดตราคาและสต็อกล่าสุด 3 ตุลาคม 2569 · ราคาที่แสดงเป็นราคาต่อเส้น ยังไม่รวมค่าติดตั้ง ถ่วงล้อ และจุ๊บลม กรุณายืนยันราคาสุทธิและสต็อกกับทีมงานทาง LINE ก่อนสั่งซื้อ · คะแนนแต่ละรุ่นอ้างอิงผลทดสอบอิสระจากต่างประเทศและป้าย EU Tyre Label รุ่นที่ยังไม่มีผลทดสอบยืนยันได้ เราจะไม่แสดงคะแนน